สมุทรสาครแถลงพบเซียนมวยลุมพินีติดโควิด พร้อมคนใกล้ชิดผู้ป่วยรายเดิมอีก 1 ยอดพุ่งรวม 4 ราย

สมุทรสาครแถลงพบเซียนมวยลุมพินีติดโควิด พร้อมคนใกล้ชิดผู้ป่วยรายเดิมอีก 1 ยอดพุ่งรวม 4 ราย

เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 22 มีนาคม 2563 นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ ระดับจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นพ.อนุกูล ไทยถานันดร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสาคร และ นพ.สุรพล อริยปิติพันธ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ได้ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์โคโรน่าไวรัส สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด19 ณ ห้องประชุมพระนรราชจำนง ชั้น7โรงพยาบาลสมุทรสาคร อ.เมือง จ.สมุทรสาคร มีผู้ที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนเข้ารับฟัง โดยในครั้งนี้เป็นการแถลงสถานการณ์ครั้งที่ 2 หลังจากพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก 2 ราย ในพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน 1 ราย และ อำเภอเมืองสมุทรสาครอีก 1 ราย พร้อมกันนี้ ยังขอความร่วมมือจากผู้สื่อข่าวให้ช่วยประชาสัมพันธ์มาตรการของจังหวัดให้ทุกคนในจังหวัดสมุทรสาครทั้งกลุ่มคนไทยและกลุ่มแรงงานต่างด้าวได้รับทราบ พร้อมถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วย โดยเฉพาะในเรื่องที่เน้นหนักคือ การป้องกันตัวเองทุกครั้งที่ออกจากบ้าน และถ้าไม่จำเป็นขอให้เก็บตัวอยู่กับบ้าน เพื่อเป็นการช่วยกันป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19
นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ ระดับจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ของโรคโควิด-19 จังหวัดสมุทรสาครนั้น ณ วันที่ 22 มีนาคม 2563 พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก 2 ราย รวมเป็นทั้งหมด 4 ราย จากเดิมเมื่อวานนี้ที่มีแค่ 2 ราย พักรักษาตัวในโรงพยาบาลสมุทรสาคร โดยรายที่ 3 เป็นผู้ชาย เป็นเจ้าของสถานประกอบการแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน ติดเชื้อมาจากเวทีมวยลุมพินี ซึ่งถือเป็นกลุ่มใหญ่ที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดในประเทศ โดยตรวจพบโรคจากโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ แล้วกลับเข้ามารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกระทุ่มแบน อาการมีไข้ต่ำ ภาวะการหายใจเป็นปกติ ร่างกายแข็งแรงดี ส่วนรายที่ 4 เป็นผู้หญิง เป็นบุคคลใกล้ชิดสัมผัสกับผู้ป่วยรายที่ 2 ที่เป็นแม่บ้านที่ติดมาจากนายจ้าง โดยอาการนั้นค่อนข้างอยู่ในภาวะปกติ ไม่พบความรุนแรงของโรค อยู่ในขั้นปลอดภัยดี ซึ่งทั้งผู้ติดเชื้อรายใหม่ และผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้ง 2 รายนั้น ได้อยู่ในการดูแลของแพทย์และเจ้าหน้าที่ตามมาตรการที่วางไว้
นายวีระศักดิ์ฯ กล่าวอีกว่า สำหรับในส่วนของพี่น้องประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้ติดเชื้อโควิด-19 หรือ ไม่ใช่ผู้ที่ต้องเฝ้าระวัง ไม่ต้องถูกกักตัวนั้น ก็ขอให้อยู่ในความ ไม่ตระหนก และไม่ประมาท คือ ไม่ต้องตื่นกลัวจนเกินไปเพราะไวรัสโควิด-19 เป็นเชื้อที่ไม่รุนแรง สามารถรักษาหายได้ แต่ความน่ากลัวของเชื้อนี้คือ การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว เข้าสู่กลุ่มคนได้เป็นจำนวนมาก แต่บุคลากรทางการแพทย์และเครื่องมือยังมีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้นทุกคนจึงต้องร่วมมือกันที่จะช่วยให้เชื้อนี้ไม่แพร่ระบาด โดยหากไม่จำเป็นก็อย่าออกจากบ้าน ขอให้เก็บตัวอยู่ในบ้าน หรือถ้าจำเป็นต้องออกไปข้างนอก ก็ขอให้สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งและล้างทำความสะอาดมือด้วยน้ำสบู่ หรือแอลกอฮอล์เสมอ ต้องหมั่นมีวินัยในตนเอง จะได้ไม่เป็นทั้งผู้รับเชื้อ หรือเป็นพาหะในการแพร่เชื้อโควิด19 ไปสู่ผู้อื่น
นอกจากนี้เรื่องที่หลายคนยังสับสน คือ ร้านค้าที่สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติภายใต้ประกาศจังหวัดสมุทรสาคร (ฉบับที่7) เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวนั้น ขอยืนยันว่า ร้านค้าประเภทของสินค้าอุปโภคบริโภค หรือของกินทุกประเภทที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน รวมถึงอาหารแบบรถเข็นและแผงลอย ยังคงสามารถขายได้ดังเดิม แต่ห้ามนั่งรับประทานอาหาร ให้ใช้วิธีการซื้อกลับไปทานที่บ้านแทน ดังนั้นพี่น้องประชาชนยังไม่จำเป็นต้องซื้ออาหารกักตุนไว้ก่อน ส่วนธนาคารฯ นั้น ได้รับการยกเว้นให้ยังคงเปิดบริการได้ตามปกติ โดยจะออกเป็นประกาศฉบับที่ 8 ต่อไป ด้านพ่อค้าแม่ค้าที่ขายอาหารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด อาหารแห้ง หรืออาหารปรุงสำเร็จ ทั้งในตลาดสด ตลาดนัด ร้านค้า แผงลอย รถเข็น หรือทุกร้านทุกประเภท จะต้องสวมหน้ากากอนามัย 100 เปอร์เซ็นต์ คือสวมทุกคน โดยเน้นให้ใช้แบบผ้าจะได้ไม่กระทบต่อหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ หากใครฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะขายของก็จะต้องโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกทั้งยังจะได้ให้ผู้ควบคุมดูแลตลาดนัด ตลาดสดทุกแห่ง ตั้งจุดคัดกรองด้วย สุดท้ายคือเรื่องของการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ หากเป็นประชาชนทั่วไปฝ่าฝืนไม่ทำตามคำสั่งของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ ระดับจังหวัดก็จะต้องถูกลงโทษจำคุก หรือ ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับเช่นกัน แต่ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ข้าราชการจะต้องถูกเพิ่มโทษปลดออกจากราชการ อีกด้วย
นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ ระดับจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวทิ้งท้ายว่า ส่วนเรื่องล่าสุดการค้นหา เฝ้าระวัง และป้องกันโรค ของผู้ที่เดินทางกลับจากกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้น ก็เป็นอีกหนึ่งมาตรการของรัฐบาลที่ทุกจังหวัดจะต้องดำเนินการ ด้วยการตั้งคณะกรรมการระดับพื้นที่ขึ้นมาทำการสำรวจและเก็บข้อมูลบุคคลดังกล่าว เช่นกัน โดยวันนี้ตนเชื่อว่าแม้สถานการณ์จะรุนแรงแค่ไหน แต่หากทุกคนร่วมมือกันปฏิบัติตามมาตรการของจังหวัด และมาตรการของรัฐบาล ก็จะช่วยทำให้ประเทศชาติผ่านพ้นภาวะโรคโควิด-19 ไปได้อย่างรวดเร็วแน่นอน
ด้าน นพ.อนุกูล ไทยถานันดร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสาคร เปิดเผยถึงอาการของผู้ป่วยโควิด-19 ทั้ง 4 รายว่า สำหรับผู้ป่วยรายแรก ผู้ชายที่ติดเชื้อมาจากบ่อนปอยเปต เข้ารับการการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร หลังจากได้รับยาต้านไวรัสจากประเทศจีนส่งมาให้นั้น อาการดีขึ้น มีไข้ต่ำ มีอาการไอบ้าง , ส่วนรายที่ 2 ผู้หญิงเป็นแม่บ้านที่ติดจากนายจ้าง เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร อาการอยู่ในขั้นปกติดี ไม่มีไข้ แต่มีไอบ้าง,รายที่ 3 ผู้ชายเป็นเซียนมวยลุมพินี เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกระทุ่มแบน เริ่มให้ยาฆ่าเชื้อไวรัสจากประเทศจีนแล้ว อาการมีไข้เล็กน้อย ภาวะทั่วไปปกติ และ รายที่ 4 ผู้หญิงเป็นคนใกล้ชิดที่สัมผัสกับผู้ป่วยรายที่ 2 อาการทั่วไปอยู่ในภาวะปกติ ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง
ทั้งนี้หลังจากที่แถลงข่าวแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ก็ได้พาสื่อมวลชนไปเยี่ยมชมความพร้อมสถานที่ ห้องปฏิบัติการสำหรับรองรับสถานการณ์ผู้ป่วยด้วยโรคโควิด-19 ที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ หรือที่เรียกว่า ห้องความดันติดลบ ซึ่งยังไม่พบผู้ป่วยด้วยอาการรุนแรงขั้นนี้แม้แต่รายเดียว

administrator

Related Articles